สเปร์ยสมุนไพรกำจัดไรฝุ่น ไมท์เฟียร์ (Mite Fear)

ชื่อและอัตราส่วนของสารสำคัญ Clove Oil 0.96 % w/w Cinnaman Oil 0.24 % w/w ความจุของกระป๋อง 330 ml. ปริมาณแก๊ส 73.36 g. ความดันสูงสุดที่ 37.9 องศา ไม่เกิน 1.6 เมกาปาสกาลมาตร ส่วนผสมของเสปร์ยสมุนไพรกำจัดไรฝุ่น ไมท์เฟียร์ (Mite Fear) สเปร์ยสมุนไพรกำจัดไรฝุ่น ไมท์ เฟียร์ กลิ่นยูคาลิปตัส Ani Dust Mite Fear With Clove & Cinnamon Oil ปริมาณสุทธิ 250ml. ราคา 535 บาท (อัดแก๊ส กลิ่นยูคาลิปตัส) สเปรย์สมุนไพรธรรมชาติ ประสิทธิภาพสูงสุด 100% จากการทดสอบในห้องปฎิบัติการ ประโยชน์ ใช้ป้องกันและกำจัดไรฝุ่นในที่นอน หมอน ผ้าห่ม […]

ส่วนผสมของเสปร์ยสมุนไพรกำจัดไรฝุ่น ไมท์เฟียร์ (Mite Fear)

สเปรย์สมุนไพรกำจัดไรฝุ่น ไมท์เฟียร์ (Mite Fear) เป็นสูตรสมุนไพรสกัดจากน้ำมันหอมระเหย กานพลู และอบเชย ฯ โดยได้รับการวิจัยและพัฒนา ภายใต้โครงการพัฒนาองค์ความรู้และศึกษานโยบาย การจัดการทรัพยากรชีวภาพในประเทศไทย (BRT) ประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูงสุด ชื่อและอัตราส่วนของสารสำคัญของสเปรย์สมุนไพรกำจัดไรฝุ่น ไมท์เฟียร์ (Mite Fear)  Clove Oil 0.96 % w/w Cinnamon Oil 0.24 % w/w ความจุของกระป๋อง 330 ml. ปริมาณแก๊ส 73.36 g. ความดันสูงสุดที่ 37.9 องศา ไม่เกิน 1.6 เมกาปาสกาลมาตร Read More

ไมท์ เฟียร์ (Mite fear) คืออะไร มีประสิทธิภาพอย่างไรบ้าง

  เป็นสเปรย์กำจัดไรฝุ่นสกัดจากสมุนไพรธรรมชาติ ประสิทธิภาพสูงสุด 100% ผ่านการวิจัยจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และรับรองผลโดยศูนย์บริการและวิจัยไรฝุ่นศิริราช   สเปรย์มีสารเคมีหรือไม่? สเปรย์กำจัดไรฝุ่น Mite fear สกัดจากสมุนไพร โดยมีกานพลูและอบเชยเป็นหลัก ซึ่งหากไม่แพ้สมุนไพร2ชนิดนี้ก็ไม่เกิดอันตรายอย่างแน่นอน และยังไม่มีรายงานผู้แพ้สมุนไพรทั้ง 2 ชนิดนี้แม้แต่รายเดียว Read More

วิธีใช้ สเปรย์สมุนไพรกำจัดไรฝุ่น ไมท์เฟียร์ (Mite Fear)

  ✔  สำหรับที่นอน : ฉีดไมท์เฟียร์ด้วยการรมให้ทั่วแล้วใช้ผ้าห่มหนาๆหรือพลาสติกคลุมไว้อย่างน้อย 2 ชั่วโมงโดยเดือนแรกฉีด 2 ครั้ง อาทิตย์เว้นอาทิตย์แล้วฉีดซ้ำทุก 1-2 เดือน ✔ สำหรับหมอน ผ้าห่ม พรม ผ้าม่าน เสื่อ โชฟา และตุ๊กตา : ฉีดไมท์เฟียร์สัมผัสโดยตรง โดยในช่วงเดือนแรกฉีด 2 ครั้ง อาทิตย์เว้นอาทิตย์ แล้วฉีดซ้ำทุกๆ 1-2 เดือน   ปกติถึงแม้ว่าไรฝุ่นชุดเดิมจะหมดไปแล้ว หรือที่นอนหรือเฟอร์นิเจอร์ ก็อาจจะมีไรฝุ่นอีกได้จากการสัมผัสกับเสื้อผ้าของเรา ที่เราอาจไปติดไรฝุ่นมาจากที่อื่น จึงควรฉีดสเปรย์ทุกๆ2เดือน   ใช้ได้ที่ไหนบ้าง? – ที่นอน หมอน ผ้าห่ม พรม เสื้อ โซฟา ตุ๊กตาและที่อยู่อาศัยของไรฝุ่น – สามารถใช้กับที่นอนเด็กได้ตามปกติ แต่ไม่ควรใช้กับที่นอนทารกที่อายุไม่ถึง 1 เดือน เพราะสเปรย์มีกลิ่นกานพลูและอบเชยแบบอ่อนๆ ซึ่งแม้ว่าจะยังไม่มีรายงานการเกิดอาการแพ้ แต่ก็ยังไม่มีผลวิจัยว่าจะเหมาะสมกับทารก     […]

การป้องกัน….กำจัดไรฝุ่น

  1. ทิ้งเครื่องนอน พรม เฟอร์นิเจอร์ที่ภายในทำจากวัสดุเส้นใย หรือนุ่น ที่มีอายุการใช้งานหลายปี อายุการใช้งานของที่นอนมากขึ้นก็จะพบปริมาณของไรฝุ่นมากขึ้นตามลำดับ   พบว่า ที่นอนที่ทำจากนุ่น จะพบไรฝุ่นมากที่สุดรองลงมาคือ ที่นอนใยสังเคราะห์ เสื่อ และที่นอนใยมะพร้าว   2. ใช้ผ้าที่มีเส้นใยสานกันแน่น พลาสติก หรือเส้นใย vinyl และ nylon หรือเคลือบด้วยสารป้องกันไรฝุ่น ซึ่งอาจได้ผลดีในระยะแรกๆ Read More

ป้องกันไว้…ดีกว่าแก้ไขภายหลัง

  เป้าหมายอีกประการที่อาจารย์วางไว้ก็คือ ไม่ต้องทุกบ้านจะต้องมีสเปรย์กันไรฝุ่นนี้ แต่อยากประชาสัมพันธ์ให้คนใส่ใจกับสุขภาพมากขึ้น ที่สำคัญที่สุดคือ ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้สเปรย์กันไรฝุ่นนี้ก็ได้ แต่อยากให้คนหันกลับมาใส่ใจความสะอาดบนที่นอนของตัวเองมากกว่า เพราะเกือบครึ่งชีวิตเราอยู่บนที่นอน ทำความสะอาดสักนิด ปัดกวาดก็ยังดี แต่ถ้าไม่มีเวลาก็ใช้สเปรย์ตัวนี้ฉีดไปแล้วก็ดูดฝุ่นหรือปัดกวาดบ้าง รับรองว่าสุขภาพเราจะดีขึ้น จะทำให้ที่นอนน่านอนมากยิ่งขึ้นคือหลับอย่างปลอดภัยและอุ่นใจ ที่มา : เอกสารเผยแพร่ไรฝุ่นบ้าน โดย ผศ.ดร.อำมร อินทรสังข์ และทีมวิจัย  

การตลาดกับงานวิจัย?

จากประสบการณ์การทำงานวิจัย อาจารย์เห็นว่าความเป็นวิชาการมีความหลากหลายมาก แต่ละศาสตร์ แต่ละสาขา มีวิวัฒนาการและมีความสำคัญเฉพาะตัว ไม่อาจพูดได้ว่าใครสำคัญกว่าใคร เราต้องการศาสตร์ทุกอย่างมาผสมผสานกันเพื่อที่จะก่อประโยชน์สูงสุดต่อมนุษย์ และใช่ว่างานวิจัยทุกชิ้นจะสามารถออกสู่ตลาดได้ทั้งหมด อาจารย์คิดว่าเราต้องมีงานวิจัยจำนวนหนึ่งที่สามารถสู่ห้างได้ อีกจำนวนหนึ่งต้องเป็นหิ้ง เป็นคลังสมองไว้ ต้องรู้จักเลือกงานวิจัยพื้นฐานที่ต้องใช้เมื่อจำเป็น บางครั้งนำงานวิจัยพื้นฐานมา 10 เล่ม ใช้จริงแค่ 1 เล่ม หรือนำมารวม ๆ กันเพื่อผลิตงานวิจัยที่นำไปใช้ประโยชน์ได้ 1 ชิ้น ขึ้นอยู่กับการจัดการความรู้นั้น ๆ ในรูปแบบต่าง ๆ Read More

ไรฝุ่นตัวจิ๋ว…ศัตรูตัวร้ายบนที่นอน งานวิจัยจากหิ้งสู่ห้าง

  • ก่อนอื่นอาจารย์ต้องขอขอบคุณทั้งโครงการ BRT และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ที่สนับสนุนการวิจัยและดำเนินการเรื่องการจดสิทธิบัตรให้ รวมทั้งขอบคุณทีมงานวิจัย โดยเฉพาะคุณจรงค์ศักดิ์ พุมนวน ที่ได้ร่วมกันทำงานกันอย่างเข้มแข็งด้วยดีเสมอมา ซึ่งขณะนี้มีบริษัทเอกชน 2 บริษัทได้ขอซื้อสิทธิบัตรร่วมกันไว้แล้ว และได้ผลิตและทดลองจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่เน้นกลุ่มเป้าหมายต่างกัน บริษัทแรกจะเน้นกลุ่มผู้บริโภคระดับกลาง ส่วนอีกบริษัทเน้นกลุ่มผู้บริโภคระดับกลางถึงระดับสูง เน้นความเป็นสปาและเพื่อส่งออกมากกว่า Read More

จดสิทธิบัตร…นวัตกรรมของนักวิจัยไทย

บทสัมภาษณ์ อาจารย์ทำเรื่องจดสิทธิบัตร 2 ครั้ง ครั้งแรกคือ จดสิทธิบัตรเรื่องสารสกัดหยาบ ครั้งที่สอง จดสิทธิบัตรเพื่อมาทำน้ำมันหอมระเหย ซึ่งอาจารย์เห็นว่าการจดสิทธิบัตรจะเป็นประโยชน์มากในแง่สิทธิประโยชน์ทั้งผู้ให้ทุนและผู้รับทุนเอง รวมถึงผู้สนใจก็จะมีกระบวนการนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ได้อย่างถูกต้องและชอบธรรม   ส่วนความสำคัญในเรื่องการจดสิทธิบัตร อาจารย์มองเป็น 2 ประเด็นคือ ประเด็นแรก การจดสิทธิบัตรเป็นเรื่องที่จำเป็นโดยเฉพาะหากเป็นการวิจัย ค้นพบอะไรใหม่ ๆ ที่คิดว่าเป็นการป้องกันมิให้บุคคลอื่นหรือประเทศอื่นสามารถนำไปหาผลประโยชน์ได้ ถือเป็นการสร้างความยุติธรรมให้กับผู้ทำงาน เพราะบางครั้งผู้ทำงานบางคนใช้เวลาเกือบทั้งชีวิตกว่าจะค้นพบจุดนี้ได้ รวมถึงเป็นการปกป้องสมบัติของผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดด้วย Read More

พิฆาตไรฝุ่นแบบ 100%

  พิฆาตไรฝุ่นแบบ 100%  การกำจัดไรฝุ่นได้ผลเต็มประสิทธิภาพ มีการทดสอบด้วยวิธีการสัมผัสโดยตรงและการรมในเครื่องรม เพราะไรฝุ่นมีทั้งที่อาศัยอยู่ข้างบนและข้างล่างที่นอน ที่อาศัยอยู่ข้างล่างก็เดินมุดไปมุดมาอยู่ตามเส้นใยวัสดุที่ใช้ทำเป็นฟูกที่นอน เพราะฉะนั้นถ้าเราฉีดสเปรย์โดยตรง   ตัวไรฝุ่นที่มาสัมผัสก็ตาย ตัวที่ไม่สัมผัสก็ไม่ตาย การทดสอบด้วยเครื่องรม โดยฉีดสเปรย์รมไว้สักพัก แล้วตรวจอัตราการตายพบว่าเพียง 30 นาที ไรฝุ่นก็ตายเรียบ แต่ถ้าฉีดแบบสัมผัสตรงเลยภายใน 10 นาทีก็จะตายหมดเช่นกัน    ที่มา : บทสัมภาษณ์ และ เอกสารเผยแพร่ไรฝุ่นบ้าน โดย ผศ.ดร.อำมร อินทรสังข์ และทีมวิจัย

จากโจทย์วิจัย…สู่คำถามที่ท้าทายของผู้บริโภค

• โจทย์วิจัยที่เราสนใจในขณะนั้นก็คือ การกำจัดไรฝุ่นด้วยวิธีที่ปลอดภัย ไม่ใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ ประกอบกับอาจารย์มีความรู้เรื่องสมุนไพรกำจัดไรพืชในระดับหนึ่ง จึงเกิดความพยายามที่จะนำสมุนไพรมาลองกำจัดไรฝุ่นบ้าง เพราะประเทศไทยมีทรัพยากรที่มีคุณค่าและมีความหลากหลายสูง โดยในช่วง 4 ปีแรกของงานวิจัย อาจารย์ได้คัดเลือกสมุนไพรที่มีศักยภาพในการกำจัดพวกไรพืชและไรฝุ่นได้ถึง 40 ชนิด ตัวหลักที่อาจารย์ให้ความสนใจคือ กานพลูและอบเชย แต่มีผู้รู้หลายท่านแนะนำให้เลี่ยงนำสมุนไพรสองชนิดนี้ เนื่องจากจะไปแย่งชิงกับการใช้ประโยชน์เรื่องการบริโภค แต่อาจารย์เองกลับมองว่ายิ่งเป็นพืชที่สามารถรับประทานได้ และนำไปใช้กับที่นอนได้ ยิ่งจะสร้างความมั่นใจในเรื่องความปลอดภัยให้กับผู้บริโภคได้ อาจารย์จึงได้ทดลองโดยนำมาสกัดเป็นสารสกัดหยาบ และนำมาทดสอบความต้านทานของไรฝุ่นที่สำคัญและพบมากในประเทศไทย 2 ชนิดคือ Dermatophagoides pteronyssinus และ Blomia tropicalis Bronswijk Read More

1 2 3 4